| jeerzz's profileWho gives a shit!!!PhotosBlogLists | Help |
|
November 12 Review : Linkin Park Minutes to Midnight World Tour Live in Bangkok 11/11/2207Last edit : 12/11/2007 9:17PM
ณ วันที่ 11/11 แค่วัน concert ก็เลขสวยแล้ว 555
ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมานานนนนนนนนนนนก็มาถึงซักที ตื่นเต้นสุดๆ เพราะครั้งที่แล้วมีเหตุอะไรแล้วก็มิทราบที่ทำให้ไปไม่ได้ - -" ครั้งนี้!!! ไม่มีพลาดแน่นอน ขนาดที่ไปต่อคิวซื้อบัตรตั้งแต่วันแรกที่เปิดจองกันเลย(ไม่ได้กลัวบัตรหมดหรอกนะ แต่เพราะจะเอาเสื้อมาใส่ยืดก่อน 555) จนกระทั่งถึงวันแสดง คืออยากไปแหกปากสุดๆแล้ว เครียดและเซ็งจากการสอบ final สุดๆ วันที่ 9 สอบ stat ไปก็ทำไม่ได้เลยซักข้อ แม่งเอ๊ยเจอโจทย์น้องปูไปรยาถึงกับมือสั่นและตัวชา ทำไรไม่ถูก ขออย่าให้ข้าน้อยต้องมาเรียนใหม่เป็นรอบที่ 3 ด้วยเถิ้ดดด ถึงคะแนนเก็บจะดีแต่ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะผ่าน ฮือๆๆๆ ตอนแรกชิว... กะจะออกจากม.ซักบ่ายสามครึ่ง นั่งแท๊กซี่อัด 140kmph ขึ้นทางด่วน 15 นาทีก็ถึง แต่เห็นครึ้มๆเหมือนฝนจะตก เอ่า...ซวยแล้วกรู ก็ออกแม่งตั้งแต่บ่ายสองเลย กินข้าวกินน้ำเข้าห้องน้ำจากม.ไปเสร็จเรียบร้อย เตรียมพร้อมสุดๆ พอแท๊กซี่มาถึง challenger hall ได้ยินเสียงงาน FAT ออกมาอย่างดัง แค่นี้เลือดก็สูบฉีดพุ่งพล่านไปทั้งตัวแล้ว เสี้ยน...ว่างั้น แต่ข่มใจไว้ก่อนเพราะวันนี้ข้ามาเพื่อ LP เท่านั้น!!! พอลงแท๊กซี่ปุ๊บ ก็เดินดุ่มๆไปเชคแผนที่ตำแหน่งประตูทางเข้า ok...ก็เดินดุ่มๆไปประตู AL อย่างเร็ว แต่เอ๊ะ!ไหงมีรูปปั้นม้าลายวางอยู่ตรึม นี่มัน Aktiv Square หรือเขาดินวะเนี่ย ha ถัดจากฝูงม้าลายไปนิดก็โล่งไป เย้...กรูมาถูกงานแล้วเว๊ย เห็นป้าย AL ขนาดใหญ่และเหล่าสาวกก็มานั่งรอเยอะพอสมควรเหมือนกัน แต่ก็ยังชิว... แวะไปดู Adidas Outlet แป๊บนึง(ของน่าซื้อเพียบ แต่ขี้เกียจแบกกลับ) แล้วก็เดินกลับมานั่งรอประตูเปิดกับเหล่าสาวกข้อมือชมพูทั้งหลาย ประตูเปิดเร็วกว่าเวลาที่กำหนดไว้ในบัตรประมาณครึ่งชั่วโมง คนก็กรูกันเข้าไปจะยืน ring side กันให้ได้ ส่วนตัวเองก็หาที่เหมาะๆแล้วก็นั่งปักหลักไว้ซักพักหนึ่ง ก็ยังไม่มีวี่แววที่วงเปิดทั้งหลาย จะออกมาให้เห็น ก็เริ่มหิวแล้วก็เมื่อยขาเว๊ย ออกไปหาไรกิน+เดินเล่นข้างนอกดีกว่า ได้สติ๊กเกอร์ LP มา 1 ใบ แล้วก็กลับเข้ามาอีกที นั่งใกล้ๆที่เดิมน่ะแหละข้างหลังกับข้างๆเป็นผู้หญิงทั้งนั้น ได้เวลาซักที่ วีเจนิกกี้ขึ้นมากล่าวอะไรเล็กน้อย พร้อมถามว่าใครไปซุ้มนั้นซุ้มนี้มาบ้าง ทุกคนเงียบกริบ แต่วีเจเค้ากลับพูดว่า "เยี่ยมมากเลยค่า เยอะพอสมควรทีเดียว" (กำ) 555 ขอเชิญพบกับ ฟิวตั้นนนนนนนนนนน เอ้ย...ฟูตองงงงงงงงงงงงงงง 555 เคยดูตั้งแต่ Big Rock Day แล้วแหละวงนี้ ...โคตร(จงเติมคำในช่องว่างเอง) ครั้งนี้จะพัฒนาขึ้นมั้ย เอ้า...ลุกขึ้นยืนดูหน่อยซิ เห็นสาวมือเบส(หรือกีตาร์??)ก็น่ารักดี แนวๆสาวก้านคอคลับอะ เธอก็ร้องอยู่ 2 คำนั้นแหละ "เฮ้ บวย ๆๆๆ" (Hey Boy อะนะ) อยากตะโกนไปว่าอะไรของฟูตองอะครับ ไปได้ครึ่งเพลงเท่านั้นแหละครับ ความง่วงมาเยือนโดยไว นั่งดีกว่าเว๊ย คนข้างก็นั่งตามเหมือนกัน คงอารมณ์เดียวกัน 555 เลยนั่งงีบไปจนฟิวตั้นเล่นจบเลยล่ะคร้าบพี่น้อง 555 ลืมตาลุกขึ้นมาอีกที กำแล้วกรู ภัยพิบัติมาเยือน T-T สาวๆรอบๆหายไปไหนหมดแล้วละคร้าบบบ ทำไมแปลงร่างกลายเป็นกระเทยกับกูรูกะเรียน(เกรียน)ไปได้ล่ะ จังหวะนั้นขึ้นมาในสมองคำเดียวครับ คือ "get rid of" แม่งมันแอคพูดมากกันน่ารำคาญชิบ ไอเราก็มาคนเดียวครับ ทำได้คือ"เผ่น" มองซ้ายมองขวาเห็นข้างนอกคนยังไม่เยอะ เอาเว๊ย...ไกลหน่อยแต่สบายใจ พนมมือขึ้นทันใดเพื่อเป็นบัตรผ่านข้ามผู้คนออกไป เย้ๆ get rid of ได้แล้วโว่ย ได้ทำเลใหม่ค่อนข้างดีด้วยดิ 555 วงเปิดอีก 3 วงคือ Retro, Slot, Ebola ไม่ขอพูดถึงดีกว่า บิ้วท์อารมณ์ผมไม่ขึ้นซักนิดเลย ไม่มันส์อะ แต่เค้าว่า Ebola มันส์มากที่สุดในวงเปิดทั้ง 4 วงแล้ว เอ้า...มันส์ก็มันส์วะ แต่นายเฟิร์ส Slot Machine เสียงดีจริงว่ะ แต่เพลงที่ว่างของ Pause พี่จะเอามาทำใหม่ทำไมคร้าบ ของเดิมเค้าดีมากๆอยู่แล้ว ไม่มีดีกว่านั้นแล้วแหละคร้าบพี่คร้าบ ครั้นแล้ว.... สามทุ่มสี่ห้า จากที่เซงๆจะหลับอยู่แล้ว มันเหมือนได้รับอะดรีเนอลีนยี่สิบหลอดฉีดเข้าสู่ร่างกายรวดเดียว บรรยากาศที่ไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่เปลี่ยนไปเหมือนตอนโรงเจเลิก แค่ทำนอง 1 step closer ขึ้นเท่านั้นแหละครับ ผู้คนกระโดดแหกปากกันอย่างบ้าคลั่งหยั่งกะคนดูในสนามเอมิเรตสเตเดี้ยมเฮกันตอน วิลเลี่ยม กัลลาส ยิงตีเสมอแมนยูนาทีท้ายรวมข้าพเจ้าด้วย ว่าไปนั่น 555 อย่างว่าครับ...มันอัดอั้นมา 4 ชั่วโมงกว่าๆ "ไอแคนนอทเทคดิสเอนี่มอออออออออออออร์" คนร้องตามได้โคตรเยอะ ส่วนผมก็ตะโกนไปสุดเสียงผิดคงผิดคีย์กรูไม่สนใจแล้วเว๊ยเวลามีไม่เยอะ สุดๆไปเลย วู๊วววววว ต่อด้วย lying from u, some where i belong เล่นเอาแค่สามเพลงแรกเสียงหมดเลยครับ เรียกว่าถ้าเล่นวินนิ่งนักเตะลูกศรแดงชี้ขึ้น กลายเป็นชี้ลงสีฟ้าภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที โอ่ย...นึกแล้วยังมันส์ไม่หาย จากนั้น LP ก็ยังโหมกระหน่ำความมันส์มาให้คนดูแบบไม่ให้พักหายใจ ด้วย No More Sorrow เป็นเพลงจากอัลบั้มใหม่เพลงแรก ตามมาด้วย Papercut และ Petrified(Fort Minor)+Points of Authority medley ร้องมันได้หมดอีกแหละครับ ตะโกนมันไปทั้งๆที่เสียงมันหมดไปแล้วนั่นแหละ ทั้งกระโดด ทั้งโยก ทั้งโบกมือ สุดยอดดดดดดดดดดด Petrified นี่ไม่ได้ฟังมานาน ตั้งแต่คราว Fort Minor มา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ใช้เวลาโหลด subtitle ขึ้นมาในสมองประมาณ 5 วินาที แล้วก็ follow ตามได้สบายๆ 555 ป๋า Mike ยังแรพได้สุดยอดไม่มีเปลี่ยน ระหว่างจะเริ่มเพลงต่อไปเหล่าสาวกก็ได้ยินเสียงทักทายจากป๋าเชสเป็นครั้งแรก "ซาหวาดเดคร๊าบบบบบบบ โผ้มร๊ากกกกกมวงทายยยยยยยยยย" เล่นเอากรี๊ดสนั่นกันทั้งลาน Aktiv Square พี่แกน่ารักจริงๆ ปลื้มสุดๆ ตอนสึนามิก็ยังบินตรงมาไทยคนเดียวเพื่อให้ความช่วยเหลือ World Tour ครั้งนี้ก็เลือกมาไทยที่แรก อยากตะโกนกลับไปจริงๆว่า "โผ้มก็ร๊ากกกกกกกกกกกคูณณณณณณณ" เป็นคนดีแล้วยังเป็นคนเก่งอีก แล้วก็ยาวไปกันที่ wake, given up, dont stay และ from the inside สุดๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี ก่อนที่ป๋า Mike จะเปลี่ยนแนวมาจับ keyboard เป็นช่วงที่คนดูได้พักหายใจจากการที่ทีมงานกำลังเซ็ตคีย์บอร์ดอยู่ Mike ก็เดินมาเช็ดหน้าหน้าเวที มีคนตะโกน i love you ป๋าก็ตอบว่า i love you guy too thank you, และบอกว่าผ้าผืนนี้ได้จากแฟนๆตอน meet&greet แจกไม่ได้นะเพราะป๋าจะรู้สึกไม่ดีมากถ้าเอาของที่แฟนๆให้มาให้คนดูอีกที คงทำเอาเจ้าของผ้าผืนนั้นปลื้มไปอีกนานเลยทีเดียว แล้วก็เป็นการแซวเชสเตอร์ บอกให้คนดูส่งเสียงให้ป๋าเชสหน่อย ป๋าเค้ามือหักเมื่อเดือนที่แล้ว เชสเตอร์บอกว่าเพิ่ง 3 week เองเพ่ 555 จากนั้น intro เพลง leave out all the rest ก็ขึ้นมาโดยมิได้นัดหมายโดย Mike เป็นมือ keyboard ช่วงนี้จะเป็นช่วงเบาๆลงมาหน่อย เพราะเล่นเพลงช้าต่อกัน 5 เพลงรวด โดยมี numb, pushing me away แบบช้า, breaking the habit แบบช้า และ shadow of the day ตามกันมา อยากบอกว่าร้องสดได้เพราะทุกเพลง เพลง numb นี่ไม่ต้องพูดถึง ดังสนั่นทั้งลาน aktiv นึกแล้วขนลุก you having a good time out there? ป๋าเชสถาม... ป๊าดโธ่ แม่นแล้วครับป๋า good สุดๆ ตึ่ง ตึ้ง ตึ้ง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึงตึ้งตึ่ง... ฮั่นแน่เพลงแจ้งเกิดมาแล้ว หลังจากได้ผ่อนคลายไปกับเพลงช้า มันคือเพลงชาติของเหล่าสาวก LP มันคือ In The End นั่นเอง เช่นเคยครับไม่ต้องบรรยายมาก ให้นึกภาพโรงเจเลิก 555 สุดท้ายก่อนช่วง encore เป็นเพลง Bleed it out bleedกัน โยกกัน สุดๆ เหงื่อกระจาย น้ำลายกระเด็น โคตรแห่งความมันส์ โอ่ยไม่ไหวแล้วววววววว เทพพพพพพพ แล้วก็ปล่อยให้ handsome Rob โชว์รัวกลองให้คนดูได้ประจักษ์แก่สายตา คำเดียวอีกนั่นแหละ "เทพ" เพลงนี้คนดูได้มีส่วนร่วมเยอะสุดๆในการร้องตามนักร้อง ทั้งร้องรับท่อน i bleed it out digging deeper just to throw it away ที่เชสเตอร์ขึ้นให้แบบช้าๆ และตะโกน เอ๊โอ่ โอ่เอ๊โอ ตามป๋า Mike ไฟเวทีดับ ทั้ง 6 พระกาฬเดินกลับไปหลังเวที ปล่อยให้คนดูอารมณ์ค้างก่อนจะกลับมา encore ด้วย single สุด hit อย่าง what i've done และ ลากันไปด้วย Faint ที่คนดูกระโดดกันแทบทะลุลาน aktiv square จบ เก็บตก 1.โซน AL ระบบเสียงดีสุดๆ ได้ยินชัดทุกเครื่องดนตรี และ vocal 2.performance ไม่มีที่ติครับ คงไม่มีดีกว่านี้แล้วล่ะ ถ้าจะให้ดีกว่านี้คงต้องให้ป๋าเชสลงมากอดคอร้องไปกับผมแล้วล่ะครับ 3.เจอลิเดียด้วย เดินเบียดผมไปเลย น่ารักชิบ ขาวและเนียน (มารู้ทีหลังว่าเป็นน้องของลิเดีย สำเนาถูกต้องจริงๆ) 4.ฮา DJ virgin ตุ๊กตาหมี 555 คงนอนไม่หลับคิดว่ากรูพูดออกมาได้ไง 555 เห็น...อะ 5.ตั้งใจดูสุดๆ แม้จะไม่ค่อยเห็น เก็บได้เกือบทุกรายละเอียด 6.ป๋าเชสร้องไม่เหมือนคนเป็นไข้เลย spirit แรงกล้ามาก มาอัพเดท clips ให้อีกครับ : http://www.mediafire.com/?3y79ytfdsgg
THIS IS THE DAY I WILL ALWAYS REMEMBER Linkin Park Minutes to Midnight World Tour Live in Bangkok 11/11/2007 November 08 Petra Nemcova รักคนไทยเพราะ"สึนามิ"หลังเกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 พร้อมกับเรื่องราวมากมาย ขณะนั้นเรื่องหนึ่งถูกปิดเป็นความลับคือชะตากรรมของนางแบบชาวเชค Petra Nemcova
สำนักข่าวต่างประเทศดังๆ อย่าง CNN ได้ออกข่าวตามหาPetra Nemcova นางแบบชื่อดัง ที่หายตัวไป ระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวทะเลอันดามันของไทย ถึงขนาดตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่ถ่ายรูปเธอได้ หลังจากทราบว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่รู้ว่ารักษาตัวอยู่ที่ไหน... มาถึงวันนี้ เธอเป็นข่าวอีกครั้ง ในฐานะที่ได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติ เล่มหนึ่ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น และอุทิศหนังสือให้กับแฟนหนุ่มที่เสียชีวิตจากเหตการณ์ โดยต้องการนำรายได้ จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ จะสมทบทุนในการตั้งกองทุน มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ1 ปี สึนามิ เธอได้ออกมาแสดงความประทับใจ ชื่นชมคนไทย ไม่ว่า จะเป็นทีมแพทย์ที่ยอมสละเวลา ในวันหยุดแทนที่จะอยู่กับครอบครัว มาดูแลรักษา เธอเป็นอย่างดี และทุกคนที่ช่วยเหลือจนเธอมีวันนี้ได้ เธอเล่าว่าจากคำพูดของแพทย์ที่ได้รักษาทำให้อาการเจ็บปวดที่มีอยู่ได้หายไปหลั งจากผ่านไปวันเดียว... ในช่วงปีที่ผ่านมาเธอยังได้เดินทาง กลับมาที่เมืองไทย 2 ครั้ง และรู้สึกประทับใจเมืองไทย เและชื่นชมคนไทยเป็นอย่างมาก Petra Nemcova ซูเปอร์โมเดลสาวก้องโลก ซึ่งขณะนี้ วัย 26 ปี เธอเคยเผยนาทีระทึกขวัญคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มรีสอร์ทใน อำเภอเขาหลัก จังหวัดพังงา ที่เธอใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในช่วงคริสมาสต์พร้อมแฟนหนุ่มว่า ..ผู้คนต่างร้องตะโกนขอความช่วยเหลือไปทั่วทุกแห่ง หลายคนที่เธอเห็น มีบาดแผลใหญ่น่าสยดสยอง เลือดไหลนองแดงฉานไปทั่ว ขณะที่ตัวเธอเองต้องติดอยู่บนต้นปาล์มนานกว่า 8 ชั่วโมง ด้วยอาการกระดูกเชิงกรานแตก และภายในบอบช้ำ ขณะแฟนหนุ่มช่างภาพชาวอังกฤษวัย 33 ปี ที่มาเที่ยวด้วยกันก็ถูกคลื่นยักษ์กลืนหายไป เธอได้ถูกเครื่องบิน นำตัวส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (รพ.มอ.) โดยที่ทางโรงพยาบาลได้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างยิ่ง โดยเกรงว่าจะมีการนำเอาความเจ็บป่วยของเธอไปหากินได้ เพราะขณะนั้นปาปารัสซี่ จากทุกมุมโลกได้ออกติดตามหาตัวกันจ้าละหวั่นทีเดียว "โฟกัสภาคใต้" รับทราบความจริงเรื่องนี้จากแหล่งข่าว ขณะนางแบบคนดังยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล มอ. แต่ตัดสินใจงดเว้นเสนอข่าวดังกล่าว ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องสิทธิผู้ป่วย และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบางกลุ่ม ที่คอยจับจ้องตามล่ากันอยู่ อย่างไรก็ตาม น่าจะปรบมือให้กับ โรงพยาบาล มอ. ที่เก็บความลับของเธอ ซึ่งเป็นผู้ป่วย และอยู่ในสภาพบอบช้ำทางจิตใจ และร่างกายอย่างหนัก ซึ่งเวลาวิกฤติสุดๆของชีวิตเธอเอง คงไม่พร้อมที่จะเป็นข่าวอย่างแน่นอน และยิ่งจะเป็นซ้ำเติมผู้ป่วย "โฟกัสภาคใต้" ได้เสนอข่าวของ Petra Nemcova ครั้งแรก โดยรอกระทั่งเมื่อข่าวคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 121 ประจำเดือนมกราคม 2548 ซึ่งยอมเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการถึงการเข้ารับรักษาตัวของเธอ โดยมีการตีพิมพ์ภาพของเธอบนเตียงคนไข้ ขณะรับขนมเค้ก ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แวดล้อมด้วยหมอและพยาบาล ในวารสารฉบับนี้ หน้า 18 นพ.ธนรัตน์ บุญเรือง ทีมแพทย์ที่รักษา เล่าว่า จากการดูแล คุณ Petra Nemcova หนึ่งในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นนางแบบดังระดับโลก คนไข้มีควาเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ "การดูแลคนไข้รายนี้มีแพทย์หลายท่าน ร่วมให้การรักษาได้แก่ นพ.ปริญญา สุนทราภรณ์ชัย พญ.ฐิติมา สุนทรสัจ พญ.ทิพยวรรณ เลียบสื่อตระกูล นพ.บุญประสิทธิ์ กฤตย์ประชา และพญ.กนกพร จิรัฐติกาลวงศ์ พยายามดูใจเขาใจเรา เนื่องจากคนไข้มีปั ญหาหลายด้าน คนไข้เองแม้เป็นคนดังระดับโลกแต่เขาเป็นกันเอง และอยู่แบบชาวบ้านธรรมดา ซึ่งตรงจุดนี้เองที่สร้างความประทับใจให้กับพวกเรา" นพ.ธนะรัตน์ เล่าว่าคนไข้มีปัญหาหลายอย่างทั้งสภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ "ตอนแรกที่เข้าไปรักษาก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ผมก็ให้การรักษาเหมือนคนไข้รายอื่นๆ ซึ่งดูว่าเขาต้องการอะไร ในช่วง 2-3 วันแรก คนไข้มีความทุกข์ ทั้งร่างกายที่เจ็บปวด และทุกข์ทางใจจากเรื่องส่วนตัว" ....เมื่อเห็นปัญหา รู้ว่าคนไข้มีปัญหาเรื่องปวดมาก จึงแนะนำให้ปรับสภาพจิตใจตามวิถีทางพุทธ เนื่องจากสังเกตว่าคนไข้คนนี้สวมพระ แม้ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ โดยให้ข้อคิดของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า ..ไม่ใครทำให้เราทุกข์ได้ ถ้าเราไม่ทุกข์.. เราทุกข์เพราะเราทำให้ทุกข์ ถ้าสุขก็เพราะเราทำให้สุข ดังนั้นจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เนื่องจากจริงๆ แล้วปัญหาสภาพจิตใจและอารมณ์จะส่งผลต่อร่างกายในด้านความเจ็บปวด การทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการบาดเจ็บที่มีอยู่ ทำให้ไม่สบายตัวมากขึ้น ถ้าจิตใจเราเป็นทุกข์ ฉะนั้นให้เขาฝึกสมาธิ ทำให้จิตใจสงบ และให้มีสติ โดยพยายามสื่อเป็นภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจ โดยให้ตั้งสติให้ดีในการพิจารณาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ให้คิดในสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับตัวเรา จะทำให้เราเป็นสุข เมื่อจิตเป็นสุข กายก็จะเป็นสุขด้วย จิตที่มมีสติและสงบจะทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ภายหลัง Petra Nemcova รู้สึกสดชื่นชึ้น หลังจากนพ.ธนะรัตน์ ได้ข้อคิด ต่างกับตอนแรกที่ไม่พูดกับใคร คืนนั้นหลังจากพูดคุยกับเขา ตอนเช้าอีกวันหนึ่ง Petra Nemcovaก็ยินยอมให้เพื่อนถ่ายภาพขณะนอนรักษาตัวในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาล มอ. ไปลงข่าวที่นิวยอร์ก เพื่อหาเงินสมทบทุนช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยสึนามิ ซึ่งเป็นภาพที่มีราคาสูงมากภาพหนึ่ง ภาพอริยาบทต่างๆ ของเธอ ทางโรงพยาบาล มอ. ไม่ได้นำมาเผยแพร่ ด้วยเห็นว่าจะกระทบกับสิทธิส่วนตัว นั่นอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่นางแบบก้องโลกต้องประทับใจในการปฏิบัติ และน้ำใจของคนไทย จนกระทั่งเวลาผ่านมาระยะหนึ่งจนเห็นสมควรแล้ว ความประทับใจของ Petra Nemcova ดูได้จากจดหมายซึ่งเป็นลายมือหลายฉบับ ที่ส่งมาขอบคุณทีมแพทย์ มอ. และผู้เกี่ยวข้อง ที่บอกถึงความขอบคุณอย่างลึกซึ้ง .....แม้สึนามิ เป็นความโหดร้ายจากธรรมชาติ เราซึ่งเป็นมนุษย์คงไม่ท้อใจที่จะ ทำความสิ่งที่ดี และงดงามต่อไป credit : http://songkhlatoday.com October 22 Black Eyed Peas - Black Blue And You Tour 2007ครั้งที่ 2
มันส์เหมือนเดิม
ไม่ขอบรรยายแล้วกัน ไปดูรูปเอาเอง
>>ไม่ต้องพูดพล่ามสาธยายถึงหน้างาน ขอข้ามมันไปเลยนะคะ ก็แหมนะ…งานนี้เค้ามีแต่สาว เก๋ สวยเริ่ดกันทั้งนั้นเรยย โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ประเภทที่ชอบปาร์ตี้กันหลังสี่ทุ่ม และสาวๆ เอ่อแบบว่า ผิวเข้ม โชว์นมต้มหนีบมากะฝรั่ง ยืนซดเบียร์ฮวกๆ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน...หน้างานนอกจากจะมีบู้ทเป๊ปซี่ที่เรียกความครึกครื้นด้วยการเล่นเกมส์แจกเสื้อ BEP เป๊ปซี่ ที่บังเอิ๊นๆ ไปเจอตลาดนัดแถวบ้าน ยกมาขายเป็นลังตัวละ 79 บาทถูกมั่กมากเลยค่า บู้ท Beyonce โปรโมทคอนเสิร์ต มีให้เข้าไปถ่ายวิดีโอร้องเพลงของสาวบี เล่นเกมส์ชิงบัตรคอนเสิร์ตด้วย ด้านเสื้อทัวร์ที่มาขาย น่าผิดหวังมากค่า.. หมวกเสื้อ 700-800 บาท มีของ Click Five ด้วยนะคะ อุตส่าห์เตรียมสะตังค์จะมาสอยแจ็คเก็ตแนวๆ Fergie ซะหน่อยก็ไม่มี
>>คอนเสิร์ตนอกปกติของที่นี่จะเริ่มเวลา 2030น. แต่ทุ่มห้าสิบ หนุ่มๆ Click 5 ก็ตะกุยกีตาร์ร้องแง้วๆ เล่นก่อนเวลาตั้ง 10 นาทีแน่ะ “Bankok make some noise!!” เสียงนาย Kyle นักร้องนำสุดหล่อของวงที่วันนี้หนีบกีต้าร์ไฟฟ้าอย่างเท่ ผิดกับโชว์เคสเมื่อวาน ลีลาของคุณน้องดุดันเหมือนกีต้าร์กิ๊บสันที่ตะกุยยังไงยังงั้น ตางี้...ถลึงเกลือกกลิ้งเป็นไข่นกกระทา แต่ก็ยังหล่อได้ใจอยู่ด้วยทรงผมที่ปรกปิดหน้า อยากไปซับเหงื่อเสยผมให้จังเลย
>>มาถึง Long Way To Go ก็เกือบจบซะละ ต่อด้วย Happy Birthday ซิงเกิ้ลใหม่ที่จะตัดแถบเอเชีย และ Empty ซิงเกิ้ลที่ 2 ของอัลบั้มนี้ ที่แอบคล้าย Coldplay ม๊ากมาก บรรยากาศในฮอล์สวยมั่กๆ เลยค่ะ สาวๆ ให้ความร่วมมือหยิบ cellphone หรือมือถือที่นาย Kyle แกร้องขอ โบกไปมาบนแสตน ส่วนพวกยืนบัตรแพงๆ นี่ คงตั้งใจมาแด๊นซ์ดู Bep จิงๆ แหละ ยืนซดเบียร์สิงห์แก้ว Gwen Stefani อยู่ข้างนอกนู่น แต่ก็ถือได้ว่านี่คือวงเปิดที่มีคนดูมากที่สุดเลยนะคะ
>>ก็แหมนะ... ของเค้าอิมพอร์ตนี่นา ไม่ใช่วงโนเนมที่ไหนหรือวงพี่ไทยที่จะดูเมื่อไหร่ก็ได้ซะเมื่อไหร่ ยิ่งเพลงของ Click Five เป็นพ็อพร็อคฟังง่ายๆ เด่นด้วยเสียงอิเลคโทนแบบยุค 80’ หรือจะดิสโก้ไปเลยก็มีเพลงจี๊ดๆ แบบ Headlight Disco เพลงโปรดของนาย Kyle ที่เก็บไว้เป็นไฮไลท์ของคอนเสิร์ตด้วยความที่เพลงนี้หนุ่ม Kyle แกบอกว่าเล่นแล้วมันส์ คนฟังรึก็หนุก แต่สงสัยคนจะไม่เก็ตแฮะ Jenny พอจะมีสาวๆ ข้างหน้าร้องได้บ้าง แต่ Cacth Your Wave ซิงเกิ้ลดังจากอัลบั้มที่แล้วนี่นาย Kyle เอ่ยปากให้ช่วยร้องหน่อย แต่ขอโทษ...เพลงนี้วิทยุบ้านเราไม่เล่นฮ่ะ แต่ก็ต้องขอชมว่า 5 หนุ่มเค้าเล่นกันได้ใจจริงๆ อัดซะ 10เพลงรวด 1 ชั่วโมงเต็มเล่นผิดกันลิบลับกับโชว์เคสเมื่อวาน อูยยN เกิดแน่นอนค่าคุณน้องขา เพลงก็ดีคนร้องก็หล่อ ยังไม่ดังก็ต้องถูกใช้งานหนักลิ้นห้อยเป็นธรรมดา เพราะอีตอนคอนเสิร์ตเลิก คุณพี่ออกมาก่อนตอน 2230. เห็นบู้ทขายซีดีของ Warner ประกาศปาวๆ ซื้อซีดี ซื้อเสื้อ รอรับลายเซ็นจาก 5 หนุ่ม Click Five มานั่งแจกกะมือได้เลย โฮ่ะๆ โปรโมทกันสุดฤทธิ์เลยนะเค่อะ
>>2100น. ไฟดับ อินโทรขึ้นมาแล้ว เจ๊เฟอร์ Fergie เอาสะดือกับสะโพกโยกเอวขึ้นจอยักษ์ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดๆๆ แล้วก็กรี๊ด ของสาวก อีก 3 คุณพี่ Will.I Am, Taboo, Alp De Ap งี้ก็วาดเสต็ปโชว์ลีลาแต่ละดึ้บเรียกเสียงกรี๊ดซ้า เปิดตัวด้วย Hey Mama แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ ท่าจับนมเขย่าขึ้นจอยักษ์ด้านหลัง (นึกภาพเสื้อที่เฟอร์ใส่ประกอบ) สะใจหนุ่มๆ เป็นยิ่งนัก...แบงคอกกกก เสียงคุณพี่ Will.I Am กล่าวทักทายยกมือไหว้ง๊ามงาม กล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” และส่งมุขเอาใจพี่ไทย “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” มือทำท่าแสครชแผ่นซะ 2 จึ้ก “แบงคอก Best place in Asia is here in ไต้ย์แลนด์” ดูท่าพี่วิลจะญาติดีกะเมืองไทยม๊ากมาก ก็เล่นมาครั้งนี้ครั้งที่ 3 แล้วนี่คะ มามันทุกเวิล์ดทัวร์ ตั้งแต่เริ่มดัง จับเอาสาว Fergie มาแทนสาวร้องแบ็คอัพคนก่อนชื่อ Kim Hill ไล่มาตั้งแต่ Elephunk Tour – 2004 ,Monkey Business Tour - 2006 และครั้งนี้กับ Black Blue And You Tour ที่เป็ปซี่เป็นสปอนเซอร์หลักร่วมกับ BEC TERO ผู้จัดระดับโปร ที่เคยพาพี่ช้างพี่ลิงมาให้สาวกไทยได้ดู สดๆ ร้อนๆ ไปเมื่อเดือนกค.ปีที่แล้วนี่เอง คอนเสิร์ตนี้ความที่มีมาติดๆ บิ๊กๆ ทั้งน้านถึง 3 คอนเสิร์ตรวด คนดูก็เลยประมาณกลางแค่ 80% เหลือพื้นที่โล่งๆ ให้ยืนเต้นตรงไหนก็ได้
>> Dump Diddly มีผู้ชายตัวอ้วนกลม ขึ้นมาช่วยแร็พด้วยค่ะ ต๊กกะใจหมด ก้านคอคลับก็ไม่ใช่ นึกว่า BEP ไปรับ Sean Kinston มาเป็นสมาชิกคนใหม่ซะอีก ?? “เมื่อกี๊บอกไปว่าไทยแลนด์คือประเทศที่เจ๋งที่สุดในเอเชียของพวกเรา เพราะอะไรรู้แมะ” ดูพี่วิลแกหาเรื่องเข้าเพลงสิคะ “เพราะ เพราะ..you guy tha best girl in asia มอบเพลงนี้ให้สาวๆ ที่นี่ไปเลย My Hump ชะอุ๊ย!!! มีแด๊นเซอร์นวยนาดออกมาโชว์ hump ด้วย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าครั้งที่แล้วที่เจ๊ Fer เธอบังคับให้นมเขย่าเองได้ นอกจากคนจะคอยจ้องดูเจ๊ Fer ที่มาครั้งนี้ ท้องไม่เหี่ยวเหมือนงวดที่แล้ว หน้าก็อัดคอลลาเจนมาอย่างดี นี่ขนาด 32 เองนะเนี่ย ค่อยสมกับเป็นเจ้าของซิงเกิ้ลอันดับ 1 บิลบอร์ดตั้ง 3 เพลงหน่อย
>> Shut Up เพลงนี้เป็นการร้องง้องอนกันของเจ๊ Fer กับเฮีย Will ขอบอกว่าหมั่นไส้ปนฮาอีเจ๊ Fer มากๆ เธอใส่แอ็คติ้งเข้ามาในเพลงด้วยค่ะกลัวไม่รู้ว่าฉันน่ะเล่นหนังมาแล้วนะ ถึงบทจะน้อยและโดนน้ำซัดก็เหอะ กล้องก็ซูมหน้าขึ้นจอแบบชนิดที่ว่า ต๊ายดูสิ Fergie โกรธมาก Fer งอน น้อยใจสุดๆ Fer น้ำตาปริ่มกำลังจะร้องไห้ ฮือๆ ไม่นะ อย่าร้องนะ อ๊าย Fergie ตีลังกาด้วยมือข้างเดียว มือถือไมค์ปากก็ร้อง “Stop the talking baby,or I start walking baby ,Is that all there is” ทีละ 3 ตลบ ไปกลับ รวมเป็น 6 อึ้งไปเลยสิคะ>>คุณพี่ Will I Amยังอยู่ต่อด้วยเพลง Gone Going จากนั้นก็เข้าสคริปต์ที่เตรียมมาหาว่ามีข่าวร้าย Bep วงแตก แต่ไม่ได้แยกวงคร้าบบ ขอบคุณที่ช่วยกันสนับสนุนอัลบั้มของ Fergie แล้วคุณพี่ก็นำสนอขายของ แนะนำโซโล่ของตัวเองด้วยซะเลย นี่ละคร้าบเพลงของผม I Got It From My Mama ขอบอกว่า 3 สาวแด๊นเซอร์ผิวสีที่ทำหน้าที่ร้องท่อนคอรัสของพี่วิลไปด้วยเนี่ย แม่ให้มาน้อยมากๆ จิงๆ ^_^!
>> อุ๊ยเจ๊ Fer เปลี่ยนชุดนวดนาดนุ่งสั้นสวมมงกุฏหยั่งกะเชียร์ลีดเดอร์ออกมากับช่วงโซโล่ของตัวเองร้อง Big Girl Don’t Cry ที่หลายคนทำเนียนร้องตามกันได้ด้วยช่วงคอรัส เจ๊คุยว่า ขอแอ็บแบ๊ว…อ๊ะไม่ใช่สิ...“ไง ? เดี๊ยนดู girly มะ จะได้เข้ากะเพลง Glamorous ไงล่ะ”… ขอบอกว่าเพลงนี้ขึ้นต้นมาใช้แบ็คกิ้งแทร็คเยอะมากกว่าครึ่งค่อนเพลง จนไอ้เราเกือบนึกว่าเจ๊ลิปซะแล้น แต่พอถึงช่วงที่ต้องใช้เสียงเต็มสตรีมขึ้นมา Fergie ก็ไม่แพ้ดิว่านางไหน .
>>...”ปาร์ตี้ยังไม่จบนะขอบอก” พี่วิลโฆษกหน้าทะเล้นของวงขอเสียงสาวกซะหน่อย ..“ได้ข่าวว่าคนที่นี่เค้าปาร์ตี้กันตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 7 โมงเช้า” โห+++ ความรู้ใหม่เลยนะคะเฮีย ช่วงนี้ล่ะค่ะที่ขาแด๊นซ์เริ่มซากันละเพราะพี่เล่นย้อนอดีตขุดเอาเพลงสมัยปี 1998 “Que Dices” ไล่เรียงไปถึงแร็พหูดับตับไหม้กับ Falling Up ที่หยิบเอาเพลง Seven Nation Army ของ The White Stripe มาแซมเปิ่ล มีเจ๊ Fergie ขึ้นไปยืนเล่นกีตาร์ที่ดูยังไงเจ๊ก็เล่นไม่เป็น เต๊ะจุ๊ยอยู่กลางเวทีให้ดู ... “เป็นงาย ลีลาเล่นกีต้าร์เฟคๆ ของชั้น ร็อคได้ใจดีไหม”… บลาๆ อีเจ๊พยายามพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ พูดเองก็บ่นเองว่าสำเนียงอังกฤษตัวเองไม่ได้เรื่องเลย แต่ก็ใช่ว่าจะร้องเพลงนี้ไม่ได้ซะเมื่อไหร่เข้าเพลง London Bridge ที่ร้องเป็นภาษาคนฟังรู้เรื่องมากกว่าคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วตอนอัลบั้มออกใหม่ๆ เยอะเลย อ๊ะ! เข้าช่วงโซโล่ของเจ๊อีกแล้ว เจ๊บอกว่าชอบผัดไทยใส่กุ้งมากค่ะ ของเจ๊ต้องหนักพริกออก spicy นะค๊า ทุกคนหิวไหม? แหมเข้าเพลงอีกแล้วเนี่ย Fergielicious นี่เอง ขอบอกว่าเพลงนี้จะมันส์มากๆ ถ้าร้องตามอีเจ๊เธอได้ แต่ก็ไม่มีใครร้องได้ อันนี้ขอชมด้วยความปลาบปลื้มเลยว่า Fergie ร้องได้เหมือนซีดีมั่กๆ ต่อด้วย More เพลงโฆษณาเป็ปซี่ ปิดท้ายด้วย Don’t Phunk With My Heart ที่สาวกออกเสต็ปแด๊นซ์กันใหญ่ เพลงจบเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ทำทีเป็นร่ำลา โดยพี่ Will I Am ตีหน้าเศร้าบอกว่า เพลงสุดท้ายแล้วพวกเราต้องรีบขึ้นเครื่องไปอินโดต่อ ว่าแล้วก็ลาไปดื้อๆ >> พี่ wil ทำแสบมากนะคะ เกือบหลงกลอารามที่รีบกลับก่อนเพราะกลัวรถติด เกือบไม่ได้เห็นคลื่นมหาชนส่งเสียงเรียกก็แล้ว ปรบมือก็แล้ว ดังสนั่นลั่นอิมแพ็คได้ใจมากๆ ทั้งๆ ที่ไฟก็ยังดับ ไม่ได้ทำเนียนเปิดไฟไล่ 5 นาทีผ่านไปน๊านนาน ทั้ง 4 พร้อมนักดนตรีก็ยกพลกันขึ้นให้ทีมงานแด๊นเซ่อร์แต่ละคนวาดลวดลายอย่างฮา แด๊นซ์กันต่อด้วย Pump It ส่วนตัวเองก็ขอลามันซะตั้งแต่ตรงนี้ โดยที่คนข้างๆ เกิดคำถามขึ้นว่าทำไม Fergie ร้องโซโล่อยู่คนเดียว อะไรจะรักกันขนาดน้าน ก็แหม คุณพี่ Will.I.Am แกเป็นโปร์ดิวเซอร์ และเจ๊เฟอร์ก็เป็นศิลปินเบอร์แรกของ Will.I.Am Music Group ที่เบอร์ต่อๆ ไปที่จะออกเร็วๆ นี้ ก็มีคิวของพี่ Apl's กะ Taboo อยู่ด้วย รักกันม๊ากๆๆ ค่ะ Black Eyed Peas เนี่ย นี่ถ้างวดหน้ามาทัวร์เมืองไทยเพราะตา 2 คนนี่ออกอัลบั้มอีกถึงตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกทีเพลงดีก็ว่ากันไป แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถ้าพูดถึงความมันส์ อ๊ะยกนิ้วให้ แต่ถ้าไปถามคนที่เคยดูคอนเสิร์ตของพวกเค้าแล้ว โดยเฉพาะตั้ง 3 ครั้งอย่าง Nu’P เนี่ย ขอบายล่ะค่า
The Click Five set list
1.Long Way To Go The Black Eyed Peas set list
1.Hey Mama เจอกันใหม่ 11/11 Linkin Park : Minutes to Midnight World Tour 2007 August 20 Gwen Stefani Live in BangkokT-T พลาดครับ ไม่ได้ไป เสียดายยยยยยยยยยย
แต่ปลายปีมี Black Eyed Peas กับ Linkin Park
ใครจะไป เริ่มเก็บตังได้แล้ว
แล้วเจอกัน June 29 Christina Aguilera Live in BKKก็เสร็จสิ้นกันไปกับสุดยอด Concert ที่เจ๋งที่สุดและบัตรแพงที่สุดเท่าที่เคยดูมา ต้องขอขอบคุณ Rsi Dream ที่เชิญมาได้ถูกเวลาเหลือเกิน บอกตรงๆว่าร้องเพลงของเค้าได้ไม่จบแม้แต่เพลงเดียวตั้งแต่อัลบั้มแรกยันอัลบั้มล่าสุด ที่ชอบสุดก็เห็นจะเป็นอัลบั้มแรกน่ะแหละ ไม่ว่าจะเป็น Come on over baby, What a girl want, Genie in the bottle, Love will find the way, Reflection, I turn to you สมัยนั้น... ติ๊ของเรายังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารัก ผอมเพรียว กระทัดรัด อยู่เลยซึ่งตรงข้ามกับพลังเสียงโดยสิ้นเชิง ผมก็ได้ติดตามผลงานของเค้ามาเรื่อยๆ ส่วนมากจะเป็น MV, Clip Concert, หรือ Clip งานต่างๆ ไม่ได้ถึงขนาดเป็นแฟนพันธุ์แท้อะไรหรอก เพราะหลังจากอัลบั้มแรกมาเนี่ย รู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวของเราแล้ว แต่ถึงจะไม่ได้ติดตามมาก เท่าที่ผมติดตามมานี้ผมก็รู้สึกได้ว่าเค้าเป็นศิลปินที่ความสามารถเหลือล้นในทุกๆด้านจริงๆ นั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงยอมซื้อบัตรราคาขนาดนี้เพื่อไปดูการแสดงไม่กี่ชั่วโมง !!!ABOUT Concert!!! ความรู้สึกที่ได้เห็นติ๊ตัวเป็นๆครั้งแรก บอกไม่ถูกว่ะ แต่สวยโคด โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากอัลบั้มแรกมากๆ มีรัศมีความเป็นศิลปินระดับโลกเปล่งประกาย ส่วนเรื่องเสียง เธอเป็นผู้หญิงที่บ้าพลังมากๆ พลังเสียงเหลือล้น ในเพลงที่ต้องใช้พลังเสียงมากๆเธอก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะพลาดเสียงหายไปจังหวะหนึ่ง แต่ก็ให้อภัยเพราะทั้งร้องไปด้วยเต้นไปด้วย เรื่องเสียงนี่บรรยายยากครับ ต้องไปฟังเองถึงจะรู้สึกได้ดีที่สุด ส่วน Track list ใน Concert ทั้งหมดก็มีดังนี้ครับ เพลงที่ไม่ติดหูเลยจากที่เคยฟังใน mp3 หลังจากได้ฟังเจ้าของเพลงมาร้องให้ฟังจริงๆ ก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวทันที ไม่ว่าจะเป็น Back in the day, Understand, Still dirrty, Oh mother, Hurt และ Beautiful แต่ก่อนฟังใน mp3 แล้วมันจะหลับยังไงไม่รู้พวกเพลงช้าๆขอเจ๊แกเนี่ย แต่หลังจาก Concert ถึงวันนี้ ฟังวนลูปกันไปหลายรอบแล้วนะเนี่ย มันเพราะขึ้นจริงๆ แต่ก็ยังร้องไม่ได้อยู่ดี 555 18 เพลงจบไปเร็วมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเอง เสียดายนิดๆ น่าจะมี I turn to you กับ Reflection ให้ฟังด้วย แต่ไม่เป็นไร แค่นี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมสุดๆแล้ว Concert ดีๆแบบนี้ไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่ (ปลายปีได้ข่าวว่า Linkin Park มาแน่)
Christina Aguilera คุณได้ใจผมไปเต็มๆ อยากเขียนให้ดีกว่านี้ว่ะ แต่ทุกอย่างมันเหนือคำบรรยายจริงๆ
ปล. Justin Timberlake, Pussycat Dolls, Evanescense, Robbie Williams, Linkin Park, Avril Lavigne, Eminem, Hilary Duff ถ้ามา ขอทุ่มสุดตัว Last Edit 22 Aug 2007 June 24 ซึ้งที่สุด (เดี๋ยวมาแปลให้)Henry - It was the most difficult decision of my life Arsenal Football Club today gave Thierry Henry the opportunity to speak to Arsenal supporters about his departure from the Club. What follows is the unedited transcript of the interview. The views expressed by Thierry Henry are not necessarily representative of Arsenal Football Club or its employees.
Thierry you have left Arsenal, can you tell the supporters your reasons for going?
“I have said it so many times. Before Mr Dein left, for whatever reason, I went to the boss and said I don’t want to leave. There had been a lot of speculation about me and I assured him that I did not want to leave. But after Mr Dein left that unsettled the team and the boss. Especially as at the moment he has not committed himself to the club. He said he will see out his contract but you cannot be sure if he is going to go or stay [at the end of next season]. Hopefully he is going to stay but I need to be certain and reassured of that. Everybody knows I am 30. The boss being unsettled, Mr Dein going, it did unsettle me a bit. After that I had thoughts of leaving the club.
“It is a difficult day for me to come here at Emirates Stadium and talk about this. But I want to come here explain why to the fans. I want to be certain of where the club was going and reassured in a way. I wasn’t and I have chosen to go."
How long did the decision take and how agonising was it?
“It was a long one but nobody knew what was happening to be honest. We were hearing some stuff in the press about what happened and what did not happen so you have to make your own mind up. It was the most difficult decision of my life.
“Beating the record of Wrighty, putting it at 226, playing for Arsenal, loving the club. It was and will remain the most difficult decision of my life. I will always love the club.”
Arsène Wenger has always said ‘Arsenal will be club of my life’ because he has spent the prime of his career here. Is that true for you too?
"I don’t know if I will play eight years more or where the future is so yes. I had a special relationship with the fans with the boss, Mr Dein and everybody who was attached to Arsenal. Arsenal will always be in my heart, my blood, my head. Everybody will. The press office, the chef, the girls at the training ground, the guys who made the pitch perfect at the training ground and at Emirates, the guys at stadium who help us perform at our best. I will miss everybody. The Arsenal fans who told me to step up my game or to carry on. It will be huge miss for me. I will take everybody in my head and my heart. Everybody who I trained with a worked with. Especially the boss and Mr Dein and the Arsenal fans who have been more than tremendous to me. It was unreal at times.
“I looked the schedule and already know when we, I mean you, are playing against Tottenham. I did it as a reflex. When fixtures came out I looked for Tottenham and I know it is pretty early on. When they play I will be watching and trying to be the first to know the result even though I know the fans will beat me. It is really special coming here [to Emirates Stadium] to talk about it. I will always have Arsenal in my blood I know some people will never accept the decision I just want to say to the fans that I always gave 100 per cent. Even the last year when I was injured I tried to perform. It was not the 30 goals you were used to but it was 17 games in the League and scored 10 so that was not a bad ratio. It was all about the heart and the commitment to win for Arsenal. I always, always, always, always gave 100 per cent.”
Let’s look back, what was your best goal?
“They were all amazing for me. I think I scored some good goals at Highbury and away but the one that stands out was my second against Liverpool when we went unbeaten in the League. I never heard Highbury going crazy like that. I thought the place was going to collapse and you could tell by my celebration that it was the right time and place to score that goal. I went a bit mental. The place was just too loud. Scoring goals for Arsenal gave me goosebumps but that was a stand-out goal and kept us in the title race. We stayed there until the end.”
Your best moment?
“I would say winning the League unbeaten but one that would top that is my last goal at Highbury when I kissed the ground. It was a special moment for me. But as well this particular day is one of the saddest of my career, leaving Highbury. I can’t say it was the best moment but it was a particular moment. I am still shaking talking about it now.”
The best Arsenal side you have played in?
“Difficult to say, some people came here and did not win anything but that does not mean they were not great players. If I go with the team that stayed unbeaten then that means I have to leave out David Seaman and a load of other players. But in terms of the results then staying unbeaten is something rather amazing. But then with the guys before, we had won the Double. Every time I wore an Arsenal shirt it was just amazing. When I stepped on that pitch even where I was not performing well whoever was playing with me at the time was the right guy for me."
As for the fans was there any moment that sums them up?
“I would say when we lost the Champions League Final against Barcelona in Paris. They all stayed afterwards and clapped us. That was a very special moment for the team. It is easy to stay there and cheer when you win but it is hard to clap your guys when you have just lost one of the titles you were waiting for.
“But as well I would say the first time I arrived here and people were giving me stick. The fans were always behind me and cool with me. I could go through whole eight years, it was crazy. I have had a really special relationship with them.”
How has Thierry Henry and Arsenal changed in the last eight years?
“I would like to think that when people talk about Arsenal they see the Boss has brought the ‘Arsenal touch’ and the ‘Arsenal way’, and I’m truly proud of being one of those guys to have helped play the way we have been. And I am sure it will carry on, because Arsenal was playing like that before me and they will be playing like that after me.
“Arsenal is a club that is now well known throughout Europe and that’s all down to the Boss. Also, the fans, they are never in trouble with fighting or disrespectful to other fans. The Arsenal fans have always made us proud.
“From a personal point of view, at Arsenal I have really become a man. This is thanks to the Boss, thanks to all the players, thanks to all the facilities at the Club and as I said before, thanks to all the people who made my life easier here, they have made me a man.”
Turning to the future of the Club, if you read the media at the moment it’s 'crisis at Arsenal' and 'the walls of Emirates Stadium are coming down'. Surely that’s not true, the players and the set-up are far too good?
“The set-up and the facilities are far too good and we still have a lot of the main people who are staying. As I have said so many times, the team here is growing and there is some amazing talent here and I do think this is the right time for Robin van Persie, Emmanuel Adebayor and Nicklas Bendtner who is coming back from Birmingham, to shine. Hopefully they will do it. As soon as you know they can do it, they will forget about me, that’s the way it is.
“When Patrick left everyone was devastated, including me and then after that a little guy came around called Cesc Fabregas and, although I didn’t agree with it, everyone started saying ‘who needs Patrick Vieira?’ For me the guys we have here are amazing, but you always need Patrick Vieira.
“I don’t believe what everybody is saying about the Club collapsing, having a lack of players and everyone leaving. I think it is untrue. Cesc Fabregas is a world class player, Robin van Persie is a world class player, hopefully Adebayor will become a world class player, Tomas Rosicky is a world class player, Jens Lehmann is a world class player, Toure and Gallas are world class players. You can go through the whole squad like that.
“As I said to you, I will now become now an Arsenal fan and will be looking at every result and I’m sure the team will be successful.”
How did you tell the Boss you wanted to go?
“To be honest, I have a great relationship with the Boss. I’ve told you the reasons why I wanted to go and I told him exactly the same reasons. That’s how it is, I talked to the Boss about private stuff and non-private stuff. A bit of everything.
“But as I said to you, today is a very sad day for me. Whatever people are going to talk or read or see into it, it is a very sad for me.
“One thing that I forgot to say earlier was about the pride to play for the shirt and the team. In France we don’t have that. When I was young I used to support Bordeaux, but when they lost I went to support Marseille. But here you really learn the importance and the value of the shirt and the club. Arsenal is like that, an English family.
“Although I have had disagreements with the press over here, they have been tremendous to me, keeping me on my toes. But everyone has been great, the fans, playing away, getting booed, getting cheered, getting standing ovations. I will always, always remember that. And Arsenal gave me that, the way we were playing, getting standing ovations from away fans was just out of this world. It’s hard to understand because in France they are just not like that. If you play well at home [in France] you get a standing ovation, if you play well away from home, well, you play well away from home, that’s it.
“Getting a standing ovation away from home with Arsenal is something I will never forget, because you know a lot of people are really appreciating what you are doing as a team and it’s outstanding.
“As I have said before, I just want to thank everyone at the Club, the girls who work at the training ground, the girls who wash the kits, the masseurs, the staff at the Club, the staff at the stadium, the staff who work on the pitch at the stadium, the staff who work on the pitches at the training ground, the press office, the coach driver, everybody. Everybody here, I would just like to thank everybody here.
“Also to all the teams I have played against here, all the battles I have had against the players here, some of the fans away, the press and the refs, it’s been a great time. Everyone has just made it special and I would just like to thank everybody, but especially to all the people involved at Arsenal.
“It’s important to me to come to the Club today and say something properly because the fans have given me so much and I hope I gave a lot back to them. I want to keep my box here and I want to come back and watch some games, if they let me in! But it’s been a very weird day.”
Arsène Wenger has said he will stay on at least until his contract finishes next summer. We hope he stays on. If he does would you regret your decision?
“I don’t regret what I do. Playing for Arsenal was an honour for me. And I will say that until the day I die. When Patrick Vieira left the team had to move on and we came close to winning the Champions League. But this type of guy we were already missing.
“Not having Arsène around anymore — and everybody at the Club — will be ‘missing’ for me. It is a fact but it won’t be a regret. When Patrick left, I was devastated I missed the guy and I still miss the guy even though I see him with the national team. But I was devastated because he was a good guy to be around on the pitch or off the pitch. It goes beyond sport. That is why I won’t go with the regret word but more ‘missing’.
If you left Arsenal was it always going to be Barcelona. Is there some thing special about them?
“There is something special here at Arsenal too. I left Arsenal to go to Barcelona because, no disrespect to any other team, but there are only two teams in the world who play football the way I like it. That is the way the people here like it — the Arsenal way. That is how we play football here and ‘we’ play football there. If I can say that is one of the is the main reasons for Barcelona. The football they play is attractive to watch.”
Finally, your last Arsenal.com question as a Arsenal player, do you have a message for the fans?
“Well, I would to say you have been tremendous for me I really do appreciate it. I am shaking as I say this. I will always remember you. I will have you in my head and my heart. I wanted to reassure you that I always gave 100 per cent here. I know some people said some other stuff but I always gave 100 per cent. I hope you appreciate what I did here because I appreciate what you did for me. I grew as a man and became a better football player. I will always take that with me no matter what happens.
“Arsenal will be in my blood aswell as my heart. I will always, always, always remember you guys. I said I was going to be a Gunner for life and I did not lie because when you are a Gunner you will always be a Gunner. The Club is in my heart and will remain in my heart forever.”
[ Saturday, June 23, 2007] June 20 untitledนี่กูไปเลี้ยงน้อง PCCTRG มา 4 ครั้งแล้วเหรอวะเนี่ย
ครั้งหน้าก็ไม่ได้ไปแล้วดิ
4 ปีมันผ่านไปเร็วกว่า 1 คาบเรียนอีกว่ะ
T-T August 02 Review Black Eyed Peas Live in Bangkokหลังจากวันนี้ 11สค เพิ่งสอบวิชา Numerical Method เสร็จ
5555 มา update แล้วครับตามคำเรียกร้อง(คนที่กำลังอ่านงงว่าใครเรียกร้องมึงวะ 555^^") หลังจากมาขึ้น title ไว้ตั้งแต่วันที่ 31กค. นู่น
review คืออะไร ทั่นที่เรียน EL070 หรือ EL171 มาคงสงสัย 555(กรู 172 ว่ะ แต่ซัด D+ มา...)
review จาก dictionary แปลว่า การทบทวน การวิจารณ์ หรือ บทวิจารณ์ แบบบ้านๆก็แปลว่า มาโม้ให้ฟังว่ากรูนี่แหละได้สัมผัสมาแล้ว EL070 กับ EL171 คงเข้าใจแล้วนะครับ อิอิ
เรื่องมีอยู่ว่า...
หลังจากปลื้มไปกับ concert ของ Fort Minor กับ 50Cent เมื่อต้นปี ในใจก็คิดว่าอยากให้มี Black Eyed Peas มั่งว่ะ(แค่คิดเฉยๆนะ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าBEPจะมาจริงๆ) เวลาก็เดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่ง!!!ที่ไอ้กระพ้มเก็บตังได้จำนวนหนึ่ง!!!หมายมั่นว่าจะไปซื้อ mp3player ตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้นที่งาน meeting ของโต๊ะ gadget ในเว็บ pantip ก็ต้องเป็นอันล้มเลิกทันที เพราะมีคนมาโพสกระทู้แจ้งใจความประมาณว่า "ไอ้ concert BEP ที่มึงอยากจะดูนักหนาอะนะ เค้าจะมาร้องให้มึงฟังที่ impact arena วันที่ 31กค นะโว่ย"(จริงๆเค้าแจ้งด้วยภาษาสุภาพกว่านี้ อันนี้พ้มแต่งเอง เพื่อให้เข้ากับอารมณ์อันHipHopของพ้ม 5555555) พออ่านจบปุ๊บ!ก็ เฮ๊ย จริงป๊ะเนี่ย?? กรูอยากดูวงไหนก็ได้ดูเลยหรอวะ?? หรือกรูโทรจิตไปถึง BEP ได้ ไม่เชื่อๆๆ ว่าแล้วก็เข้าไปดูใน thaiticketmaster อย่างเร็ว... เค้ามาจริงๆครับทั่นผู้ชม... บัตรหน้าสุดเท่าไหร่วะ?... 2500.-(อู๊ย...สบาย mp3แพงกว่าเยอะ)... ทั้งๆที่อยากดูเชี่ยๆแต่ก็ยังไม่รีบไปซื้อบัตรโนะ..คนเรา กะว่าเอาตังมาหมุนเล่นก่อน ค่อยซื้อวันใกล้ๆวันแสดง...ดูมัน -_-" เวลาก็ผ่านมาเรื่อยๆอีกแล้ว มีข่าวมาว่าบัตรเกลี้ยงแล้ว อะจ๊ากกกกกกกกก กรูยังไม่ได้ซื้อเลย... ไม่จริงงงง... มันคือข่าวลือ... ก็ไปเชคกับ ttm อีกครั้ง จนท.บอกมาว่าโซน F1 เกลี้ยงแล้วค่ะคุณ กริบไปเลยครับ เป็นไงล่ะ ไม่ยอมรีบซื้อ แล้วใครมันจะไปรู้ฟะ ฟักกิ้งชิท!นี่กรูอดดูจริงๆเหรอเนี่ย ทั่นผู้อ่านอาจถามว่าโซนอื่นก็มีซื้อโซนอื่นดิวะ ฟาย โวยวายอยู่ได้ ขอให้ทั่นหยุดเลยนะครับ concert ที่ชอบมันต้องดูหน้าสุดเท่านั้นครับ มันได้ฟีลลิ่งต่างจากโซนที่ห่างออกไปแค่ 1 m มากทีเดียว(..มึงเว่อร์แล้ว...) ถ้าโชคดี ทั่นอาจจะได้มีส่วนร่วมกับนักร้องด้วย และอีกหลายถ้าครับขี้เกียจพิม และเมื่อ concert จบทั่นอาจต้องกลับบ้านพร้อมกับถามตัวเองว่าทำไมกรูไม่ซื้อโซนหน้าสุด ถึงราคาจะแพงไปเยอะ แต่ถ้าทั่นชอบศิลปินนั้นจริงๆต้องหน้าสุดเท่านั้นครับ เชื่อAudience Expert อย่างผมเถ๊อะ แล้วจะดู concert ได้อย่างสำราญใจ555 ว่าไปนั่น อธิบายมายาวตอนนี้ยังไม่ได้บัตรนะครับทั่นผู้ชม ความหวังที่จะดูโซน F1 ให้ได้ยังมีอยู่เพราะต้องมีคนซื้อแล้วไปดูไม่ไปแล้วเอาบัตรมาขายต่อแน่นอน 98.237654% ^^ เวลาก็ผ่านไปอีกแล้วก็มีคนตามที่บอกไว้มาขายจริงๆ แม่นป่ะล่ะ55 รีบติดต่อไปโดยไม่รอช้าเพราะเขาขายถูกกว่าราคาจริงตั้ง 500.- แหนะ ติดต่อเสร็จ นัดวันไปเจอกันเพื่อชำระเงินและเอาบัตรเรียบร้อย วะฮะฮ่า ได้ดูแล้วโว่ย BEP ณ impact arenaโซน F1 วะฮะฮ่าาาาาาา
โอยยยย นั่งพิมมาเกือบชั่วโมงมึงยังไม่พากรูยังไม่ซักที ทั่นผู้อ่านชักเซ็งพร้อมกับด่าในใจว่า"ไอ่สาด มรึงได้ไปดูจริงป่ะเนี่ย กรูอ่านจนปวดตาแล้ว อ่านก็ยาก พิมก็ติดกันเป็นพืด
ไม่มีแบ่งย่อหน้าอีก แสดดดด"อย่าเพิ่งได้เซ็งไปเลยครับ บัตรอยู่ในมือผมแล้ว ผมได้ไปดูแน่อน และทั่นจะได้อ่าน review แน่นอน
!!!เพียงแค่!!!
มองลงมาข้างล่างอีกบรรทัด
อีกบรรทัดนึง
อีกนิด
และแล้ว...
ก็ถึงวันที่รอคอย 31กค หลังจากเรียนนิวเมอร์ช่วงบ่ายเป็นเวลา 3ชม.เสร็จอย่างหน้าดำคร่ำเครียด(โม้ครับ ความจริงไปนั่งอวดบัตรเพื่อน555) กลับห้องมา เปลี่ยนชุดกับเอากล้องถ่ายรูปเทพ แล้วก็ทำอะไรต่อมิอะไรเล็กน้อยเสร็จ ก็บึ่งรถมอ'ไซไป interpark เพื่อหา taxi ไป impact ใช้เวลาแค่ 12.88776655 นาทีในการเดินทางจากธรรมศาสตร์ไปถึง impact เร็วกว่านั่ง ปอ29 ไปแค่ฟิวเจอร์อีก 55555 พอถึงที่หมายแล้วเพื่อนชายก็ตรงเข้าไปที่ริมมอเตอร์ไซไม่รู้ไปทำอะไร ม่ายช่ายยยยย นั่นมันเพลงดาจิม พาออกนอกเรื่องอีก ^^" พอถึงที่หมายก็รีบรุดหน้าไปยังประตูทางเข้าโซน F1 ทันที เค้ายังไม่เปิดก็ออกมานั่งรอใกล้ๆตรงนั้นแหละ มีสาว m-max มาตื้อให้ซื้อ m-max อีก ก็จัดมา 1 กระป๋องทั้งๆที่เพิ่งซัดcrystal มา 1 ขวด ก็มันทนสาวๆอ้อนไม่ไหวอะ ที่สำคัญน่ารักด้วย เอ๊ะยังไง 555
ประตูเปิดแล้ว ต่อแถว เจ้าหน้าที่ค้นตัว เจาะบัตร เดินเข้าไปเลือกที่ยืนตามอัธยาศัย ตอนแรกก็ว่าจะยื่นติดขอบ แต่มันต้องเงยหน้าดูค่อนข้างเยอะ เลยถอยมา ประมาณ 3.89456 m ตรงกลางเวทีพอดี เป็นจุดที่มุมมองกินพื้นที่เกือบทั้งเวที ก็ok ยืนปักหลักไว้เลย รอจนวงเปิดคือ Joey Boy กับ Buddha Bless ขึ้นเวที โดยมี dj ของวงมาทำ soundcheck ก่อนแป๊บนึง แต่ไม่รู้แม่ง check เป็นรึเปล่าเพราะเสียงร้องแทบไม่ได้ยินเลย แต่เสียงเบสมาอย่างกับระเบิดลง กลบทุกย่านเสียง เฮีย Joey+Buddha Bless ก็มาอุ่นเครื่องด้วยเพลง
ร้ายก็รัก, slow motion, แล้วก็ fire (จริงๆมีอีกแต่จำได้แค่นี้ มัวแต่ถ่ายรูป -_-") วงเปิดจบ ต่อไปเป็นช่วงรอ รอ แล้วก็รอคนก็ยังเข้ามาไม่เต็มความจุ ทีมงาน BEP ก็ขึ้นมาปรับนู่นปรับนี่ คนก็กรี๊ดเป็นบางช่วงเพราะนึกว่า BEP ออกมาแล้วแต่ก็กรี๊ดเก้อไป มีตะโกนเรียก BEP BEP เป็นช่วงๆ
พอฤกษ์งามยามได้เวลาสามทุ่ม...
คนเต็มhall เวลาที่ทุกคนรอคอย will.i.am fergie apl taboo ออกมายืนเก็กกันอยู่บนแสตนด์พร้อมกับเสียง intro ไม่ทันไรก็เรียกหาแม่กันแล้ว
ด้วยเพลง Hey mama!
ต่อด้วย Hands Up
Disco Club
Dum Diddly
Smells Like Funk
Don't Lie + Sweet Child O Mine (Fergie)<---ไม่เคยได้ยิน แต่เพราะดี
และShut Up + No Woman No Cry (Will I Am)
โดยเฉพาะ Don't Lie นี่ใส่ไปสุดเสียง ซ้อมมาดีไง เพลงอื่นพอดำน้ำท่อนฮุคได้มั่ง ฮา! นอกนั้นก็ยืนดูเค้าโชว์ความสามารถกันพร้อมกับซึมซับบรรยากาศไว้ให้มากที่สุด ช่วงแรกผ่านไป มาถึงช่วงกลาง เป็นช่วงโชว์เดี่ยวของแต่ละคน คนแรกเป็น taboo ชุดเหลืองมาเลย ออกมาแบบ surprise นิดหน่อยเพราะใช้เพลง in da club แล้วก็โชว์ทักษะ breakdance ชอบตอนที่เป็นท่าหยุดเก็กในช่วงที่เพลงหยุดอะ เท่ห์ดี คนต่อมาเป็น Apl คนนี้เต้นเก่งมากๆ ใช้เพลง Ba Bump หรือ Be Bot แล้วหว่า... จำไม่ได้ มาประกอบการเต้น บุคคลิกดี ยิ้มตลอด พูดสวัสดีคร๊าบบบบ ให้ผู้ชมด้วย ต่อมาถึงคิว will.i.am เป็นทีเด็ดของ concert นี้เลยก็ว่าได้ พี่แกมาโชว์ rap ระดับเทพ ชนิดคนพากย์แข่งเรือยาวยังเรียกตั่วเฮีย นึกแล้วยังขนลุกเลย เพราะ rap ยาวและเร็วมากไม่มีหยุดและไม่มี lip sync ต่อให้ lip sync ก็ยังยาก นับถือในความสามารถจริงๆ ปิดท้ายด้วยสาวสวยของวง เจ๊ fergie ออกมาร้องเพลง London Bridge ซื่งเป็นเพลงของเจ๊แกเอง ซึ่งจะออกอัลบั้มเดี่ยวในอีกไม่นานนี้ มีช่วงนึงเจ๊แกโชว์ยิมนาสติกด้วยการร้องไปด้วยตีลังกามือเดียวไปด้วยไป-กลับทั้งหมด 6 ตลบจัดระเบียบร่างกายได้เนียนมากเอาไป 9.5/10 5555 ช่วงโชว์เดี่ยวผ่านไปอีก เร็วจริง!!!มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว หลังจากโชว์เดี่ยวก็กลับมารวมวงอีกครั้งด้วยเพลงปั๊มปิด(แล้วกรูจะไปเติมน้ำมันที่ไหน งงดิ 55) เพลง Pump it ครับ เพลงนี้ทำให้ผู้คนทั้ง hall ไม่จำกัดเพศและอายุ dance กันแบบลืมชาติกำเนิดเลยทีเดียว ส่วนข้าน้อยตะโกนแต่คำว่า "ปั๊มปิด!!!ล้าวเด้อ" อย่างเดียว อิอิ ต่อด้วยเพลงที่พอขึ้น intro แล้วทุกคนต้องรู้จักแน่นอนมันคือ Where is the love ครับ มีจัดฉากเป็นรูปนางออง ซาน ซู จี ด้วย ระหว่างเพลง will.i.am ให้ทุกคนเปิดไฟมือถือแล้วยกขึ้นโบกไปมาด้วย หันไปดูรอบๆแล้วสวยงามจริงๆเหมือนอยู่ในอวกาศมีดาวเป็นหมื่นๆดวง รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้ร้องเพลงดีๆเพลงนี้ไปสดๆพร้อมกับเจ้าของเพลง ปลื้มจริงๆ ต่อมา!!!ก็วิ่งหนีดิ เดี๋ยวมันต่อย ฮา...กริบ 555 ต่อมาคือการโชว์ Band Tables มันคืออะไรวะ? มันคือการใช้โต๊ะกับเก้าอี้และไม้กลองมาตีๆทุบๆเคาะๆกันให้เกิดเป็นจังหวะ โดยมีหลักการนะครับไม่ใช่มั่วๆ ถ้ามั่วๆไม่ต้องเสียตังไปดูหรอกครับผมก็ทำได้ จากนั้นก็เป็นการรัวกลองโชว์ของมือกลอง ปั๊ดโธ่!!!จะบอกทำไมมือกลองก็ต้องโชว์ตีกลองดิวะ จะให้นักร้องมาโชว์ได้ไง เออ...ก็จริง แต่วงนี้นักร้องก็ตีกลองได้ครับเนียนซะด้วย เป็น will.i.am ครับที่เป็นคนไปตี มือกลองตัวจริงออกมายืนตบมือ ตบไปตบมาชักฉุน ไอ้นี่จะทั้งร้องทั้งตีเลยรึไง กรูตกงานพอดี ว่าแล้วก็ไปยึดกลองกลับแล้วก็ solo ชุดใหญ่มา 1 ชุดเต็มๆ มันส์มาก มีควงไม้สลับกับตีครั้งต่อครั้งด้วย เก่งสาด สุดท้ายมีโยนขวดน้ำไปให้แต่พี่แกรับพลาดตกไปหลังเวที เลยออกอาการเขิลนิดๆ 55 ปิดท้ายด้วย solo saxophone ^^ แล้วก็ปิดไฟเวที !!!
อ้าว...แล้วหมาเห่าๆๆๆ ล่ะทั่น ยังไม่ได้เห่ากันเลยปิดไฟซะแล้ว คนดูก็ตะโกน encoreๆๆๆ แล้วเวทีก็เปิดไฟอีกครั้ง แล้วBEPก็กลับมา encore เป็นชุดสุดท้ายของงานจริงๆ มีเพลง Like That
My Style
Don't Phunk With My heart
My Humps
Let's Get Retarded
และ Jump Around
ตอน intro My Humps ขึ้นมาเนี่ยใน hall กรี๊ดกันสนั่น เป็นเพลงที่คนดูมีอารมณ์ร่วมที่สุดแล้ว ก็ใช่อะดิ เล่นเปิดกันทุกผับทุกบาร์ Humpเล็ก Humpใหญ่ก็ dance กันไปแบบลืมชาติกำเนิดยิ่งกว่า pump it ซะอีก หุหุ
Finally ที่ใดมีงานเลี้ยง จำต้องมีเลิกลา แต่ก่อนเลิกลานั้น ทั้งนักร้องและทีมงานก็เอาปืนฉีดน้ำออกมาฉีดเล่นกันเองและฉีดใส่คนดูอย่างสนุกสนาน เจ๊ fergie ลื่นล้มบนเวทีด้วย
ฮามาก ท่าทางจะเจ็บนะนั่น แต่ก็ทำเนียนกลายเป็นน่ารักไป will.i.am ก็ไปอุ้มขึ้นมาฉีดกันต่อ สงกรานต์ก็มาเล่นที่ตรอกข้าวสารบ้างเน่อ 555
จากนั้นก็เป็นการพูดขอบคุณคนดู พูดอะไรต่อมิอะไรเล็กน้อย จับใจความไม่ค่อยได้อะ แต่จำได้ว่าwill.i.am บอกว่าเป็น Asian Tour ที่เข้าประทับใจมากและ fergie บอกว่า
จะกลับมาอีก
ก็ขอจบการ review กันดื้อๆเลยนะครับ ขอบคุณที่พยายามแกล้งทำเป็นอ่าน review แบบบ้าๆบอๆของกระพ้มมาจนจบ 555555
เจอกันใหม่หลัง Concert Robbie Williams เดือน พย. นู่น
jeerzz July 30 Poetryชนใดไม่มีดนตรีกาล
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
April 21 จำBlogนี้ไว้ให้ดีนะครับอยากไปดูบอลโลกมากๆๆๆๆๆ เมื่อไหร่จะมีตังไปวะ
อยากเห็นซีดาน(กว่ากูจะมีตัง คงแขวนสตั๊ดไปเลี้ยงลูกอยู่บ้านแล้ว)
อยากเห็นอองรี
อยากเห็นน้องเชส
อยากเห็นแลมพ์
อยากเห็นเบค
ตัวเป็นๆ
อยากไปสัมผัสบรรยากาศในสนาม
อยากไปเมืองนอก
ปีนี้ยังไงก็คงไม่ได้ไป
ถ้ากูเรียนจบ4ปีนะ แล้วหางานทำได้ปีแรกที่จบเลยนะ ฮื่ม!!!
จะเก็บตังตั้งแต่นั้นเลย
พอเค้าแข่งรอบคัดเลือกเสร็จ
กูจะรีบจองตั๋วนัดที่
ฝรั่งเศส
สเปน
อังกฤษ
ลงเตะกับทีมไรก็ได้
ให้เร็วที่สุด
ไม่ขอไรแล้วครับ สำหรับคนบ้าบอล
ฝันต้องเป็นจริง
(จำBlogนี้ไว้ให้ดีนะครับ)
April 06 ฮาถ้าไปซื้อรถที่ งาน motor show สาวๆ pretty จะช่วยเราได้มั้ยครับ
แบบว่าเข้าเกียร์ไม่ได้ น้องๆเค้าจะช่วยเราได้มั้ยครับ
ความคิดเห็นที่ 1 สาวๆอาจยังไม่ชำนาญ บางคนอาจจะไม่เป็น คุณคงต้องช่วยตัวเอง ครับ ความคิดเห็นที่ 2 ช่วยตัวเอง???? กว้ากกกกกเสียววววว (ป่าวทะลึ่งนะ ฮิฮิล้อเล่นครับ) ช่วยได้ครับ แต่ช่วยให้สับสนนะ อย่าคิดมาก ความคิดเห็นที่ 3 สาวๆ พริตตี้ คงไม่กล้าช่วยอ่ะครับ ...แนะนำให้ช่วยตัวเองครับ... ความคิดเห็นที่ 4 ผมไปทีไรก็ช่วยตัวเองทุกทีแหละครับ เพราะงั้น ต้องช่วยตัวเองแน่นอนที่สุด... ฟัน..ธงงงงง...ง. ความคิดเห็นที่ 5
แล้วอย่าเผลอไปบีบแตรเข้าล่ะ ความคิดเห็นที่ 6 ถ้าไปคนเดียวก็ช่วยตัวเองเลยครับ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ ความคิดเห็นที่ 7 อันนี้มาคอนเฟริมคับ^^ ปัญหาแบบนี้น้องๆบางคนยังเด็กอยู่คับยังขับไม่ค่อยเป็น อันนี้ต้องลองเข้าเองดูก่อนคับ ^^" ความคิดเห็นที่ 8 ถ้าไปเจอน้องคนที่เค้ามีประสบการณ์ คุยกันดีๆ น้องเค้าก็อาจจะช่วยคุณได้........ (คือให้น้องเค้าช่วยเข้าเกียร์คุณไง แหม!!! อย่าคิดมากสิ) แต่ถ้าไปเจอน้องคนที่ยังไม่เคย(ขับรถ) อันนั้นคุณก็คงจะต้อง ช่วยเหลือตัวเองแล้วล่ะครับ ความคิดเห็นที่ 9 ตกลง เราคุยเรื่องอะไรกันนี่ รถ? เกียร์? หรือ...? 555+ มีความเห็นตามกระทู้ข้างบนคับ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 10 ^ ^ เท่าที่อ่านดู รู้สึกว่าจะคุยกันเรื่อง ช่วงล่าง นะครับ อิอิ... ความคิดเห็นที่ 11 ทะลึ่งกันจัง.. เดี๋ยวปั๊ดจับส่งไปราชดำเนินให้หมดเลยพวกนี้ 555+ รับรองกลับมาอีกทีเสื่อมสมรรถภาพกันหมดแน่ๆ ความคิดเห็นที่ 12 "น้อง พี่ เข้า เกียร์ไม่ได้อ่ะ มาช่วยโยกหน่อย..." "ได้ ค่ะ พี่ พี่ จับที่ หัว(เกียร์)แล้วโยกนะคะ เลื่อนไปที่ดี.." ไม่ เอา แล้ว พอคึรับ เด๋วโดนไป เวทีราชดำเนิน อิอิ ความคิดเห็นที่ 13 ไปช่วงล่างต่ออีก เฮ้อ?? สรรหาคำกันจริงๆ ความคิดเห็นที่ 14 พี่ : เข้าเกียร์ดูให้หน่อยสิน้อง ... น้อง : น้องก็ไม่ค่อยชำนาญนะค่ะพี่ แต่เดี๋ยวจะเข้าให้ดูล่ะกัน อย่างนี่ค่ะ ปั๊กๆๆ โห พี่ค่ะทำไมเกียร์มันแข็งจัง? อ่ะค่ะ ... พี่ : .. ค่อยๆสิน้อง รีบเข้าแรง ! เดี๋ยวมันหัก ... น้อง : หากหักน้องซวยแน่เลยค่ะ ผจก . เอาหนูตายเลย พี่ : ไม่ตายหรอกน้อง อย่ากลัวเลย ถ้าหักน้องไปกับพี่ เดี๋ยวพี่เคลียร์ กับ ผจก เอง . น้อง : โอเคค่ะ พี่ : เข้าเกียร์ 4 เลยน้อง ... โอว เก่งนี่ ความคิดเห็นที่ 15 ^ ^ ^ สงสัย ค.... พี่ข้างบนจะมีปัญหา คลัชนะครับพี่ อย่าคิดมาก ความคิดเห็นที่ 16 ^ ^
ระวังน้ำมันเกียร์ทะลักครับ
ความคิดเห็นที่ 17 ถ้าเกียร์มันแข็งเกิน ก็คงเข้ายากครับมันจะฝืดนิดหน่อย เราเข้าของเราเองรู้จังหวะมากกว่าครับ สรุปก็ช่วยตัวเองดีที่สุดเหมือนท่านข้างบนเขาว่านั่นละครับ เอิ๊ก ความคิดเห็นที่ 19
เข้าเกียร์มันยากตรงไหน จับหัวเกียร์ ขยับมาจ่อให้ตรงร่อง แล้วก็ดัน แค่นี้ก็สบายแล้ว แต่ถ้าตรงร่องแล้วดันไม่เข้า น้ำมันเกียร์อาจมีน้อยไป ต้องปลุก เอ้ย ไม่ใช่ ต้องเปลี่ยนหรือเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้ถูกต้อง ความคิดเห็นที่ 20
รู้แต่ว่า ถ้ามีแถมทานข้าวกับพริ๊ตตี้ คงน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น ว่าไหม ความคิดเห็นที่ 21 เฮ้อ เดี๋ยวขอเปิดไฟก่อน โอ้โหขาวของเค้าดีจริงๆ รถสีขาวสวยเจงๆอิอิ ความคิดเห็นที่ 22 เรือเพ่..เรือ มะช่ายรถ ตั้งจายดูหน่อยดิ อิอิอิอิ ความคิดเห็นที่ 23 โทษแต่เกียร์ อาจจะเป็นที่ช่วงล่างก็ได้น่ะครับ ความคิดเห็นที่ 24 จาให้น้องเค้าช่วยเข้าเกียร์ไรอะครับ ธรรมดาหรือออโต้ ถ้าออโต้มันขยับขึ้นลงเองนี้ครับ ต้องให้ช่วยด้วยเหรอ !!!!!!!!!!!!!! ซะงั้น เอ่อ ความคิดเห็นที่ 25 หนูจาขี่รถสีขาว April 03 www.tomshardware.com said...The bottom line is that as long as you have enough memory - preferably 2 GB - the extra money you pay for more memory speed would be better invested in a faster graphics card. And if you don't play games, then the CPU and hard drive offer more room for improvement than the memory. March 26 พลาดเซงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เซงงงงงงงงๆๆๆ เซง
เซง พอดีเป็นโรคบ้าดารา(ใครจะว่าไร้สาระ กูไม่สน ความสุขกู)
พลาดเลยครับพลาดดดดดด!!!!!!
กูว่า http://www.pantip.com/cafe/chalermthai กูก็อ่านทุกวันนะ แต่พลาดกระทู้ที่
เกี่ยวกับการมาโปรโมทหนังของ จวน จี ฮุน ได้ยังไง ที่อ่านๆทุกวันนี่เบ้าตาก็แทบถลน
ออกมาแล้ว สายตาก็สั้นลงด้วย ต้องให้อ่านกระทู้ต่อกระทู้เลยรึไง ถึงจะได้ไม่พลาดข่าว
พลาดแค่นี้คือพลาดไปต้อนรับที่สนามบินวันที่ 24 แค่นั้นยังไม่พอ
พลาดต่อเนื่องก็วันต่อมา 25 ตื่นมา 10 โมงไปกินข้าว ก็สองจิตสองใจจะไปเซ็นทรัลลาดพร้าว
ดีมั้ย กะว่าจะไปซื้อที่ม้วนสาย Headphone ซะหน่อย(ยังไม่รู้นะครับว่าเค้ามาโปรโมทหนังวันนี้)
ไปๆมาๆก็ตัดสินใจไม่ไปซะงั้นตอนเย็นมาเปิด http://www.pantip.com/cafe/chalermthai อีกที
เสือกมาเจอกระทู้ที่เค้าไปถ่ายรูป ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เอามาโม้กันเรียบร้อยแล้ว มีบอกว่าได้ลายเซ็น
ได้จับมือ ด้วย อิจฉาโว่ย บ้าที่สุดทำไมกูไม่ตัดสินใจไปซื้อที่ม้วนสายยยยยยยยยยยยเนี่ย
แต่ถ้าไปก็อาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าเค้ามา แต่ก็คิดได้ว่ายังไงก็ได้ไปแล้ว แต่ฟ้ากั้นกูกับเค้าไม่ให้เห็นหน้ากันจริงๆ
(ว่าไปนั่น :P) ก็ได้แต่นั่งรวบรวมรูปที่ fanclub ไปถ่ายกับมาไว้ใน space แก้เซง แต่ละรูปน่ารักที่สุด
February 27 The GET RICH OR DIE TRYIN' WORLD TOUR 2006 + Fort Minorวันนี้ไปดู
The GET RICH OR DIE TRYIN' WORLD TOUR 2006 + Fort Minor
กับเค้ามาด้วย จากที่ตัดสินใจอยู่นาน เลยหวดบัตร 2500.-
โซน AR มาสดๆร้อนๆเมื่อวาน หึหึ
เข้าไปยืนตรงแถวที่ 3 จากขอบเวที มุมดีมาก มี 3 สาวน่ารักยืนข้างๆอะ
ถูกใจคนเสื้อขาวชะมัด สเปคเลยแหะๆ^^
เปิดเวทีด้วยวง Asian Embassy, Du-Ja-Da และ Thaitanium
ฟังแม่งร้องไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ได้แต่โยกไปถ่ายรูปไป (- -")
พอพี่ Mike แห่ง LinkinPark และ FortMinor ออกมาด้วยเพลง
Remember The Name เท่านั้นแหละ เสียงมีเท่าไหร่ใส่ไปหมด
มีร้องเพลงของ LP ด้วย มันส์จริงๆ ก่อนจบก็มี encore ด้วยเพลง Numb(Encore),
High Road(หรือPetrified หรือ Where'd you go หว่า จำไม่ได้)
และจบด้วย single สุดฮิตติดปาก You're on your own now "Believe Me" นั่นเอง
พอ FortMinor จบก็คิดอยู่ว่าจะกลับเลยดีมั้ยเพราะไม่รู้จักเพลงของ 50Cent เลย(กลัวยืนกร่อย)
แต่สาวเสื้อขาวยังไม่กลับ กูก็เอ้า...อยู่ต่อก็ได้วะ
มาถึงคิวของ 50Cent โดย Young Buc กับ Lloyd Banks ออกมาก่อน 50Cent ตามมาทีหลัง
เปิดด้วยเพลง "ว๊อทอั๊พแก่งงงงงสต๊าาาาาาา" พร้อมถอดเสื้อกันหนาวโยนแจกเป็นอย่างแรก
เพชร BlinkBlink ของแต่ละนายสะท้อนแสงแสบตาจริงๆ(หลายตังนะนั่น)
ยืนโยกเบาๆไป 50Cent ก็ร้องไป ฝรั่งที่ไปดูร้องตามกันได้โคดเยอะ
ขณะที่กูยังฟังไม่รู้เรื่องเล้ย แต่ของเค้าก็ดีจริงว่ะ แสดงสดได้เยี่ยม
ยิ้มฟันขาวตลอด entertain คนดู ไอ้ Young Buc ก็บ้าสาดน้ำจริงๆ(ไม่คิดจะดื่มบ้างรึไง)
หมดไปหลายขวดแน่ะ ไอที่สาดอะไม่ว่าหรอก ร้อนๆอยู่ด้วย แต่ไอขวดที่สาดยังไม่หมดที
แล้วเขวี้ยงลงมาด้วยนี่สิ เกือบโดนหัวเลย ดีที่ใส่หมวกเลยเช็ดปีกหมวกแล้วก็หล่นไปบนพื้น
ถ้าโดนหัวนี่น่าจะเลือดซิบ haha
ก่อนจบมีโยนของแจกคนดูอีก พี่ 50Cent แกแจกหมดตัวเหลือแต่เสื้อกล้ามกับเกงใน
เหอะๆ ถึงจริงๆ อยากได้รองเท้ามันอะ แพงซะด้วย โยนแจก ฝั่ง AR 1 ข้าง AL 1 ข้าง
โยนไม่ตรงกูเล้ย T_T แล้วก็ Lloyd Banks ติดฮานิดๆ บอกว่า
"คอยดูไอ้สองข้างนี้จะไปประมูลอยู่ใน eBay พรุ่งนี้แน่"
แล้วบอกว่า
"we'll be back" ด้วย(ไม่บอกว่าเมื่อไหร่ด้วยล่ะ จะได้ซ้อมเพลงรอ)
เป็น 2500.- ที่ไม่รู้สึกเสียดายเลย ^^
พอจบก็แยกย้ายกันกลับ ก็เดินไปหาสาวเสื้อขาว...
เจีย"ได้ถ่ายรูปเยอะมั้ยครับ"
เสื้อขาว"ก็เยอะค่ะ แต่ไม่ชัด"
เจีย"ถ้าขอmail ไว้แลกรูปกันได้ป่าวครับ"(เผื่อฟลุคได้เอาไว้ม่อต่อ
เสื้อขาว"....." แล้วก็รีบเดินตามเพื่อนอีก 2 คนไปอย่างรวดเร็ว
เจีย"(T_T)"
จบไป
เซง สัด สัด
ไม่หล่อนี่ ไม่มี ability ด้านการจีบหญิง ต้องแดกแห้วอยู่เรื่อยไป
ปล. comment คอนเสิร์ตได้อย่างเดียวนะเว่ย อย่างอื่น comment ในใจพอ
February 24 ปี 2ถือว่าวันนี้เป็นวันสิ้นสุดการเรียนในปี 2 แล้วกัน จะสิ้นสุด(ชีวิต)กันจริงๆก็วันสอบเสร็จ 14 มีค. นู่น ^^
ขอให้รอดมาเฮฮากันใหม่ตอนปี 3 ทุกคนเน่อ(กูด้วย - -")
สาธุ _/l\_
เอ็มอี Rulezzzzzzzzzzz
รักเพื่อนทุกคนครับ
February 12 Middlesbrough 3 - 0 Chelseaแหม้.... พึ่งแพ้นัดที่ 2 ในฤดูกาล ลูกหมาที่ตามๆหลังมาทั้งหลายได้ทีขี้แพะไหล ทับถมกูจั๊ง
ดีใจกันหยั่งกะพวกทั่นได้เป็นแชมป์ เค้าน่าจะให้พวกที่เกลียดเชลซีหยุดราชการไปพักผ่อนกันเลยนะครับวันนี้
เพราะฤดูกาลนึงมีไม่ค่อยบ่อยอะ ฮิฮิ February 09 Comworld!!!Creative Zen Vison M เจ๋งดี แต่แพงเกิน อ่านไทยไม่ได้ อย่างงี้ iPOD เอาไปแดกหมดแน่
Headphone Creative HQ-1700 ราคาเท่ากับชื่อรุ่น แต่เสียงพอๆกับ PX200 อันละ3500.- กูเลยT_T
ถ้าไม่ติดที่ว่ามันใหญ่ ได้สอยมาแน่
Technology ต่างๆ ไม่ต่างจากงาน Commart เท่าไหร่ Pretty ก็แทบจะไม่มีเล้ย เสียเที่ยวจริงๆ |
|
|